ภาษาไทย   |  English



จาก เซฟ ที คัท โกลด์ ผู้นำอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน

หลักการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า

1. เลือกซื้อสินค้ากับบริษัทที่น่าเชื่อถือ และได้รับมาตรฐาน มอก 909-2548
2. เลือกชนิดของเครื่องตัดไฟ ให้ตรงตามระบบไฟที่ใช้ มี 2 ชนิด คือ ระบบ 1 เฟส และระบบ 3 เฟส
3. เลือกขนาดเครื่องตัดไฟ (แอมแปร์) ให้เหมาะสมกับขนาดของสายไฟและวงจรไฟฟ้าที่จะไปควบคุม ในกรณีที่นำไปใช้
ควบคุมทั้งบ้าน ควรเลือกขนาดกระแสไฟฟ้าที่กำหนด (แอมป์เครื่อง) ให้เหมาะสมกับขนาดของสายไฟเมน และขนาดมิเตอร์
วัดหน่วยไฟฟ้า (Kilo Watt Hour Meter) ตามกฎการไฟฟ้าฯ
ดังตารางข้างล่างนี้

มาตรฐานการติดตั้งของการไฟฟ้านครหลวง   มาตรฐานการติดตั้งของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ขนาดมิเตอร์ ขนาดสูงสุด ขนาดต่ำสุดของสายไฟ ขนาดมิเตอร์ ขนาดสูงสุด ขนาดต่ำสุดของสายไฟ
วัดหน่วย ของเซอร์กิต เมนทองแดง (ตร.มม.) วัดหน่วย ของเซอร์กิต เมนทองแดง (ตร.มม.)
ไฟฟ้า (A) เบรกเกอร์เมน (A) ในอากาศ ในท่อ ไฟฟ้า (A) เบรกเกอร์เมน (A) ในอากาศ ในท่อ
1 (15) 16 4 4* 1 (15) 15 หรือ 16 10 4
15 (45) 50 10 16 10 (30) 30 หรือ 32 16 10
30 (100) 100 25 50 30 (60) 40 25 16
        30 (60) 60 หรือ 63 35 25
** หากเดินสายเมนในท่อฝังดินสายต้องไม่เล็กกว่า 50 ตร.มม.       

4. การนำเครื่องตัดไฟ ไปติดเพื่อป้องกันการใช้กระแสไฟฟ้าเกินให้กับทั้งบ้าน จะต้องเลือกขนาดกระแสไฟฟ้าที่กำหนด
(แอมป์เครื่อง) ให้มีค่าไม่เกินขนาดสูงสุดของเซอร์กิตเบรกเกอร์เมนในตาราง เช่น ขอไฟฟ้าชนิด 1 เฟส 2 สาย โดยใช้มิ
เตอร์วัดหน่วยไฟฟ้าขนาด 5 (15A) และใช้สายไฟฟ้าชนิดทองแดงขนาด 4 ตร. มม. เป็นสายไฟเมน จะต้องใช้เครื่องตัด
ไฟขนาด 16A
5. การใช้เครื่องตัดไฟที่มีแอมป์สูงเกินไปเช่น 32A เมื่อมีการใช้กระแสไฟฟ้าเกินขนาดมิเตอร์วัดหน่วยไฟฟ้าและสายไฟเมน
เครื่องตัดไฟจะยังไม่ตัดวงจร มีผลทำให้สายไฟเมนและมิเตอร์วัดหน่วยไฟฟ้าไหม้หรือเสียหายได้ นอกจากนี้ การเลือกขนาด
แอมป์เครื่องที่มากเกินไป เมื่อเกิดไฟช็อตที่มีค่ากระแสลัดวงจรต่ำๆ เครื่องตัดไฟจะยังไม่ตัดวงจรทันที เพราะค่ากระแสลัด
วงจรขึ้นอยู่กับขนาดมิเตอร์วัดการใช้ไฟฟ้า, อิมพีแดนซ์ของแหล่งจ่ายไฟของการไฟฟ้าฯ, ขนาดพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ,
ความยาวของสายไฟ ฯลฯ