ภาษาไทย   |  English



จาก เซฟ ที คัท โกลด์ ผู้นำอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน

เครื่องตัดไฟรั่ว กับสายดิน เราควรเลือกใช้อย่างไร

  • สายดิน เป็นความจำเป็นอันดับแรกที่ผู้ใช้ไฟฟ้าจะต้องมีสำหรับ ป้องกันไฟฟ้าดูด เพื่อให้กระแสไฟฟ้ารั่วไหลลงสายดินได้โดยสะดวก โดยไม่ผ่านร่างกาย (ไฟไม่ดูด) และทำให้เครื่องตัดไฟ อัตโนมัติตัดไฟออกได้ทันที
  • เครื่องตัดไฟรั่ว เมื่อใช้กับระบบไฟที่มีสายดินจะเป็นมาตรการ เสริมความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้มีการตัดไฟรั่วก่อนที่จะเป็น อันตรายกับระบบไฟฟ้า (ไฟไหม้) หรือกับมนุษย์ (ไฟดูด)
  • เครื่องตัดไฟรั่วในระบบไฟทีไม่มีสายดิน เครื่องตัดไฟรั่วจะทำงานก็ต่อเมื่อมีไฟรั่วไหลผ่านร่างกายแล้ว (ต้องถูกไฟดูดก่อน) ดังนั้นความปลอดภัยจึงขึ้นอยู่กับความไวในการตัดกระแสไฟฟ้า
  • ระบบไฟฟ้าที่ดีจึงควรมีทั้งระบบสายดินและเครื่องตัดไฟรั่ว เพื่อเสริมการทำงานซึ่งกันและกันให้เกิดความปลอดภัยทั้งจากอัคคีภัยและการถูกไฟฟ้าดูด
  • การต่อสายดิน เป็นการต่อให้กระแสไฟฟ้า ที่วิ่งจากเครื่องใช้ไฟฟ้าไหลลงดิน เมื่อมีคน ไปจับต้องอุปกรณ์ไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าจะไม่ไหลผ่านร่างกาย แต่ไม่ สามารถกระทำได้ทั่วถึงทุกจุดภายในบ้าน เช่น เต้าเสียบปลั๊กไฟ หากมีเด็กนำโลหะ เช่น ตะปูหรือกิ๊ปเสียบเข้าไป ในช่องที่เป็นขั้วไฟสายดินจะช่วยไม่ได้จากการสัมผัสโดยตรง เครื่องตัดไฟรั่ว จะเหมือนกับ เจ้าหน้าที่รักษาความ ปลอดภัย เมื่อไหร่ที่มีกระแสไฟฟ้ารั่วลงดินเครื่องตัดไฟจะทำการตัดไฟทันที ซึ่งไม่อนุญาตให้มีกระแสไฟฟ้ารั่วไหล ลงดิน เมื่อเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วเครื่องตัดไฟทำงานตัดไฟเป็นการชี้บ่งแล้วว่า เครื่องใช้ไฟฟ้านั้นมีปัญหา เราควร จัดการซ่อมแซม บำรุงรักษาให้เครื่องใช้ไฟฟ้านั้น มีสภาพเป็นปกติ และหากมีการสัมผัสกระแสไฟฟ้าโดยตรง เช่น เด็กแหย่ปลั๊กไฟเล่น เครื่องก็จะตัดไฟทันที สรุปที่ดีที่สุด ควรทำทั้ง 2 ระบบ เดินสายดินและติดตั้งเครื่องตัดไฟ ควบคู่กัน จะได้รับความปลอดภัยสูงสุด

     

    อ้างอิงข้อมูลจาก www.mea.or.th